แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดต้นทุน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดต้นทุน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ปุ๋ยสั่งตัด

ปุ๋ยสั่งตัด คือ อะไร?

การใช้ปุ๋ยเคมีแบบ “สั่งตัด” คือ การใช้ปุ๋ยเคมีตามชุดดิน และ ค่าวิเคราะห์ดินปัจจุบัน ซึ่งพัฒนาโดยนำข้อมูลดิน พืช การจัดการดิน รวมทั้งผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์มาคำนวณในคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมการปลูกพืช ที่สลับซับซ้อน แต่ทำให้ง่ายสำหรับเกษตรกรนำไปใช้ คำแนะนำปุ๋ยแบบ “สั่งตัด” จะมีความแตกต่างกันในดินแต่ละชนิด เช่น คำแนะนำปุ๋ยข้าวในชุดดินอยุธยา และ ชุดดินมโนรมย์ไม่เท่ากันแม้ปริมาณ เอ็น พี เค ที่วิเคราะห์ได้ในดินเท่ากัน กรณีของข้าวโพด คำแนะนำปุ๋ย “สั่งตัด” ของชุดดินปากช่อง จ. นครราชสีมา แตกต่างจากคำแนะนำปุ๋ยของชุดดินปากช่อง จ. ลพบุรี เป็นต้น

การใช้ปุ๋ยสั่งตัด ช่วยลดต้นทุนการผลิตข้าว และ ข้าวโพดได้อย่างไร และ เท่าใด?

จากผลการทดลองโครงการบูรณาการเพื่อลดต้นทุนการปลูกข้าวในเขตชลประทานภาคกลาง ที่ใช้ปุ๋ยเคมีแบบ “สั่งตัด” โดย ศ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และหน่วยงานอีกหลายแห่ง พบว่า ชาวนาใส่ปุ๋ย เอ็น และ พี ในปริมาณมากเกินกว่าความต้องการของต้นข้าว และ ละเลยการใส่ปุ๋ย เค เมื่อเกษตรกรทดลองใช้ปุ๋ยเคมีแบบ “สั่งตัด” ทำให้ได้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ขณะที่ต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีลดลง 241 บาท (เมื่อคิดราคาปุ๋ยเดือนมกราคม 2550) ค่าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชลดลง 178 บาท ค่าเมล็ดพันธุ์ลดลง 91 บาท รวมต้นทุนการปลูกข้าวลดลง 510 บาทต่อไร่ต่อฤดูปลูก ถ้าชาวนาภาคกลางในพื้นที่ 10 ล้านไร่ (ปลูกข้าวปีละ 2 ครั้ง) ได้ใช้ปุ๋ยเคมีแบบ “สั่งตัด” จะทำให้ต้นทุนการปลูกข้าวลดลงประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนชาวไร่ข้าวโพดจะได้รับผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 35 และ ผลตอบแทนสูงขึ้นอีกร้อยละ 41 เมื่อใช้ปุ๋ยเคมีแบบ “สั่งตัด”

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552

วัตถุดิบของเราลดต้นทุนได้กว่าครึ่ง

บทคัดย่องานวิจัย
ดินในเขตแห้งแล้งจะมีเนื้อดินเป็นดินทราย และมีหน้าดินตื้น การสูญเสียธาตุอาหารซึ่งเกิดจากการชะล้าง ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ การปรับปรุงคุณภาพของดินโดยการเพิ่มธาตุอาหารและวัสดุปรับปรุงดิน เพื่อยกระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารปรับปรุงดินเข้าร่วมด้วย ดังนั้นจึงได้ศึกษาอิทธิพลของปุ๋ยอินทรีย์อัตราต่างๆ ต่อประสิทธิภาพของปุ๋ยเคมีกับต้นยางหลังเปิดกรีดในเขตแห้งแล้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาอัตราที่เหมาะสมของปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ใน การเพิ่มผลผลิต ดำเนินการทดลองที่ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา ดำเนินการทดลองเดือนมิถุนายน 2542-กรกฎาคม 2546 กับต้นยางพันธุ์ RRIM 600 ที่เปิดกรีดในสภาพดินร่วนเหนียวปนทราย วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block จำนวน 4 ซ้ำ ประกอบด้วย 8 กรรมวิธี คือปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 1, 2 และ 3 กก./ต้น/ปี ปุ๋ยเคมีครึ่งอัตราแนะนำร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ 3 กก./ต้น/ปี ปุ๋ยเคมีครึ่งอัตราแนะนำ ปุ๋ยอินทรีย์ครึ่งอัตราแนะนำร่วมกับสารปรับปรุงดินและปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 3 กก.ต้น/ปี โดยเปรียบเทียบกับกรรมวิธีที่ใส่ปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำ ผลการทดลอง ปรากฏว่า ปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 3 กก/.ต้น/ปี เป็นอัตราที่ทำให้ผลผลิตสูงกว่าการใส่ปุ๋ยอัตราอื่น ๆ ตลอดการทดลองและแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนจากการใส่ปุ๋ย โดยนำผลผลิตที่ได้ไปวิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ พบว่าการใส่ปุ๋ยเคมีครึ่งอัตราแนะนำ (500 กรัม/ต้น/ปี) ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 3 กิโลกรัม/ต้น/ปี มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงที่สุดและให้ผลตอบแทนคุ้มค่าต่อการลงทุน คือให้อัตราผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (MRR) เท่ากับหรือมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นอัตราที่ควรแนะนำให้เกษตรกรในพื้นที่เขตแห้งแล้งใช้ต่อไป

เรื่อง อิทธิพลของปุ๋ยอินทรีย์อัตราต่าง ๆ ต่อประสิทธิภาพของปุ๋ยเคมี
กับต้นยางหลังเปิดกรีดในเขตแห้งแล้ง
โดย : โสภา โพธิวัตถุธรรม
พิเชษฐ์ ไชยพานิชย์
อนุสรณ์ แรมลี
ศูนย์วิจัยยางสงขลา / กลุ่มวิจัยและพัฒนาการผลิตยาง ,สถาบันวิจัยยาง